อุทาหรณ์! เด็กหญิง 12 สะดุ้งตื่นเจอ “คราบเลือด” บนที่นอน หมอเตือนภัยเครื่องใช้ไฟฟ้าใกล้ตัว

อุทาหรณ์! เด็กหญิง 12 สะดุ้งตื่นเจอ “คราบเลือด” บนที่นอน หมอชี้อากาศแห้ง–แอร์อุ่น เสี่ยงเยื่อบุจมูกพัง

กลางดึก เด็กหญิงวัย 12 ปีสะดุ้งตื่นก่อนจะรีบวิ่งเข้าห้องพ่อแม่โดยยังไม่ทันใส่รองเท้า บนหมอนสีขาวมีคราบเลือดสีแดงเข้มกระจายเต็มใบ ทำให้ครอบครัวรีบพาไปโรงพยาบาลทันที

แพทย์แผนกหู คอ จมูก โรงพยาบาลการแพทย์แผนจีน เมืองหางโจว ประเทศจีน ตรวจพบว่าเยื่อบุโพรงจมูกแห้งและมีเส้นเลือดฝอยขยายตัวชัดเจน สรุปสาเหตุหลักเกิดจากภาวะเยื่อบุจมูกแห้ง หลังห้ามเลือดและแนะนำวิธีดูแลเพิ่มความชุ่มชื้น อาการจึงควบคุมได้

ก่อนหน้านี้ แพทย์ยังเคยรักษาเด็กชายวัย 8 ปีที่มีอาการเลือดกำเดาไหลบ่อยและปริมาณมาก ตรวจส่องกล้องพบเส้นเลือดฝอยในโพรงจมูกโผล่ชัด เพียงสัมผัสเบา ๆ ก็มีเลือดไหลมาก ต้องเข้ารับการรักษาเฉพาะทางจึงลดความเสี่ยงได้

แพทย์เตือน “ตัวการ” อาจอยู่ในห้องนอน

แพทย์อธิบายว่า หลายกรณีเลือดกำเดาไหลในเด็กสัมพันธ์กับการใช้เครื่องทำความร้อน เครื่องปรับอากาศโหมดอุ่น หรือเครื่องลดความชื้นมากเกินไปในช่วงอากาศหนาวหรือชื้น เมื่ออยู่ในห้องที่ความชื้นต่ำเป็นเวลานาน เยื่อบุจมูกจะแห้ง แตก และเส้นเลือดฝอยเปราะง่าย ทำให้เกิดเลือดออก

เด็กที่เป็นภูมิแพ้ยิ่งมีความเสี่ยงสูง ฝุ่น ไรฝุ่น เชื้อราในเครื่องปรับอากาศ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิฉับพลัน อาจทำให้คันจมูก จาม และเผลอขยี้หรือแคะจมูกจนเกิดบาดแผล

เลือดกำเดาไหล ต้องทำอย่างไรให้ถูกต้อง?

เมื่อเกิดอาการ ควรตั้งสติและให้เด็กนั่งตัวตรง โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ห้ามเงยหน้าขึ้นเด็ดขาด เพราะเลือดอาจไหลลงคอและกระเพาะอาหาร ทำให้สำลักหรือคลื่นไส้

ใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้บีบปีกจมูกส่วนอ่อนแน่น ๆ ต่อเนื่อง 10–15 นาที ห้ามปล่อยมือกลางคันเพื่อเช็กเลือด ระหว่างนั้นให้หายใจทางปาก และสามารถประคบเย็นบริเวณหน้าผากหรือสันจมูกเพื่อช่วยให้หลอดเลือดหดตัว

หลังเลือดหยุด ควรหลีกเลี่ยงการออกแรงมาก สั่งน้ำมูกแรง ยกของหนัก หรือดื่มเครื่องดื่มร้อนในช่วงหลายชั่วโมงแรก

ป้องกันอย่างไรไม่ให้เกิดซ้ำ?

หัวใจสำคัญคือ “เพิ่มความชุ่มชื้น”

  • ควรรักษาความชื้นในห้องให้อยู่ที่ประมาณ 50–60%

  • อาจใช้เครื่องเพิ่มความชื้น

  • ออกนอกบ้านสวมหน้ากากเพื่อลดการสูญเสียความชื้น

  • ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือปราศจากเชื้อเพื่อทำความสะอาดและเพิ่มความชุ่มชื้น

โภชนาการและพฤติกรรมก็สำคัญ

ดื่มน้ำวันละ 1.5–2 ลิตร

  • รับประทานอาหารที่มีวิตามิน C และ K เช่น ส้ม บรอกโคลี ผักโขม

  • นอนหลับเพียงพอ

  • หลีกเลี่ยงอาหารเผ็ดจัดและแอลกอฮอล์

แพทย์เตือนว่าไม่ควรยัดกระดาษแข็งเข้าไปในจมูกเพื่อห้ามเลือด เพราะอาจทำให้เยื่อบุฉีกขาดและติดเชื้อ

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์?

แม้เลือดกำเดาไหลมักเกิดจากเยื่อบุจมูกแห้งและไม่รุนแรง แต่หากเกิดบ่อย เลือดออกมาก หรือมีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย ควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์เฉพาะทาง เพื่อประเมินและตรวจโรคอื่นที่อาจแฝงอยู่